fbpx
.htaccess คืออะไร ใช้งานอย่างไร 1

.htaccess คืออะไร ใช้งานอย่างไร

ไฟล์ .htaccess คือไฟล์ที่มีไว้ตั้งค่าหรือกำหนดค่าต่างๆ บนเว็บเซิฟเวอร์ที่ใช้ซอฟท์แวร์ Apache Web Server โดยไฟล์นี้จะถูกวางไว้บนโฟลเดอร์หรือไดเร็กทอรี่หลักหรือไดเร็กทอรี่ที่ต้องการ เมื่อมีการเปิดใช้งานเว็บไซต์ไฟล์นี้ก็จะถูกตรวจสอบและอ่านค่าโดยซอฟท์แวร์ Apache Web Server ครับ

เมื่อเราต้องการทำการปรับเปลี่ยนค่าที่ถูกตั้งเอาไว้บน Apace Web Server เราสามารถทำการปรับเปลี่ยนค่าที่ตั้งไว้ที่ไฟล์นี้ได้โดยไม่ต้องเข้าไปแก้ไขที่เว็บเซิฟเวอร์จริง ฟังก์ชั่นหรือคำสั่งพื้นฐานได้แก่ ฟังก์ชั่นการรีไดเร็กหน้าเว็บ เช่น ในกรณีเกิดหน้า 404 File Not Found หรือการป้องกันรหัสผ่าน การป้องกันการนำลิงก์รูปของเว็บไซต์ของเราไปใช้งานในเว็บอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นต้น

วิธีการใช้งาน .htaccess

เราสามารถสร้างไฟล์ .htaccess ได้โดยทำการสร้างไฟล์จาก Text Editor ต่างๆ ได้ ยกตัวอย่างเช่น Notepad, WordPad, TextPad, Sublime Text อย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วทำการบันทึกไฟล์ให้ชื่อ .htaccess (ต้องมีจุดอยู่ด้านหน้าด้วย) แล้วนำไปใส่ไว้ในโฟลเดอร์หลัก public_html / htdocs หรือโฟลเดอร์ที่เราต้องการควบคุมโดยจะครอบคลุมไฟล์ที่อยู่ภายในโฟลเดอร์นั้นทั้งหมด ภายในไฟล์ดังกล่าวเราสามารถใส่คำสั่งต่างๆ ลงภายในได้

คำสั่งที่ใช้งานบ่อยๆ ใน .htaccess

Redirects

คำสั่งนี้เป็นคำสั่งที่แจ้งให้ Apache Web Server ทำการรีไดเร็กหรือเปลี่ยนหน้าจากหน้าเก่าไปยังหน้าใหม่ ใช้เมื่อในกรณีที่เราเปลี่ยนชื่อลิงก์ URL จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่าเราทำการแจ้งให้ทำการรีไดเร็กจากโฟลเดอร์เก่าที่ชื่อ old_dir ไปยังโฟลเดอร์ใหม่ที่ชื่อ new_dir โดยมีชื่อไฟล์เหมือนเดิมคือ index.html ครับ

Error documents

คำสั่งนี้จะเป็นคำสั่งที่แจ้งให้ Apache Web Server ทำการแสดงหน้า /error_pages/404.html ทุกครั้งเมื่อเกิดการแสดงผลผิดพลาด 404 Not Found ครับ เราสามารถทำในลักษณะเดียวกันกับการแสดงผลผิดพลาดในรหัสอื่นๆ เช่น 401 Unauthorised, 403 Forbidden, 500 Internal Server Error

Password Protection

คำสั่งนี้เป็นคำสั่งที่ป้องกันการเข้าถึงเว็บไซต์ของ Apache Web Server ซึ่งจะแสดงกล่องข้อความป๊อบอัพให้เราทำการล็อกอินด้วยการกรอกข้อมูลผู้ใช้งาน (Username) และรหัสผ่าน (Password) ก่อนเข้าสู่ระบบหลังบ้าน ประกอบไปด้วยข้อมูลดังต่อไปนี้

  • บรรทัดที่ 1: AuthName จะเป็นชื่อของระบบที่เราต้องการให้ใช้สิทธิการเข้าถึง
  • บรรทัดที่ 2: AuthUserFile เป็นส่วนที่เราระบุ path ที่เก็บไฟล์รหัสผ่านที่ชื่อ .htpasswd เอาไว้
  • บรรทัดที่ 3: AuthType เป็นการระบุประเภทของการ Authen ในที่นี้ถูกระบุเป็น basic โดยอ้างอิงมาจาก HTTP authentication
  • บรรทัดที่ 4: require เป็นการระบุว่าเราต้องการผู้ใช้งานที่ผ่านการล็อกอินแล้วเท่านั้น เราอาจจะระบุให้เป็นเฉพาะผู้ใช้งานนั้นๆ ได้ เช่น เขียนเป็น require user username หมายถึง เราต้องการให้คนที่ใช้ชื่อผู้ใช้งาน username เท่านั้นที่จะสามารถใช้งานได้

สำหรับในส่วนของไฟล์รหัสผ่านนั้น ในที่นี้ใช้ชื่อ .htpasswd เราจำเป็นที่จะต้องใส่รหัสลงไปในไฟล์ดังกล่าวด้วยครับ ระบบของ Apache Web Server จะทำการตรวจสอบกับไฟล์ดังกล่าวก่อนที่จะให้ใช้งาน วิธีการใส่ข้อมูลก็ให้ใส่เป็น ชื่อผู้ใช้งาน:รหัสผ่าน ตามด้านล่างนี้ รหัสผ่านที่แสดงนั้นเราอาจจะทำการนำไปเข้ารหัสก่อน (Encrypted) เพื่อเป็นการป้องกันความปลอดภัยอีกขั้นหนึ่ง ในกรณีที่เรามีหลายผู้ใช้งานให้พิมพ์หนึ่งผู้ใช้งานต่อหนึ่งบรรทัดครับ

Deny visitiors by IP Address

สำหรับคำสั่งนี้เป็นคำสั่งไม่อนุญาตให้ใครก็ตามที่ใช้ IP ที่ระบุไว้ไม่สามารถเข้าใช้งานได้ จากตัวอย่างจะเห็นว่า เราจะไม่ให้ผู้ใช้งานที่มีไอพี 255.0.0.0 และผู้ใช้งานไอพี 123.45.6 (ตั้งแต่ 123.45.6.10 ถึง 123.45.6.255) เข้าใช้งาน

สำหรับอีกตัวอย่างหนึ่งเป็นการไม่อนุญาตให้เข้ามาใช้งานทุกไอพียกเว้นไอพี 255.0.0.0 เท่านั้นครับ

Deny visitors by referrer

ประโยคด้านบนหมายถึง ให้ Apache Web Server ทำการบล็อกทราฟฟิกที่เข้ามาจาก URL ที่ชื่อ Otherdomain.com ครับ ในส่วนของ [NC] หมายถึงไม่ว่าจะเข้ามาในลักษณะใดดังต่อไปนี้ก็จะทำการบล็อก

ได้แก่ otherdomain.com หรือ OTHERDOMAIN.COM เป็นต้น

แต่ถ้าเราต้องการบล็อกมากกว่า 2 โดเมน ให้ทำการเพิ่ม OR เข้าไป ดังนี้

และสำหรับ # เป็นการปิดการใช้งานของบรรทัดนั้นๆ ครับ

สอน SEO
สอน SEO

Hot Link Prevention Techniques

ประโยคด้านบนหมายถึง ให้ป้องกันการเข้าถึงไฟล์นามสกุล gif, jpg, css โดยให้ลิงก์ที่สามารถเข้าถึงได้นั้นจะต้องชื่อ yourdomain.com เท่านั้น

Adding MIME types

เป็นการระบุว่าไฟล์นามสกุลที่เราจะใช้งานในเว็บนั้นเป็นไฟล์เกี่ยวกับอะไร ซึ่งเว็บเซิฟเวอร์ต้องการที่จะรู้เพื่อช่วยในการประมวลผลไฟล์นั้นๆ ครับ จากตัวอย่างด้านบนจะเห็นว่า มีการระบุไฟล์ .html, .htm เป็นไฟล์ text ไฟล์ pdf เป็นไฟล์ application และไฟล์ jpg เป็นไฟล์รูปภาพ เป็นต้น

คำสั่งอื่นๆ เพิ่มเติม

เนื่องจากว่าคำสั่งของ .htaccess นั้นมีจำนวนมาก หากเราต้องการใช้งานคำสั่งอื่นๆ เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่เขียนมาแล้ว เราสามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บ htaccess guide นะครับ ซึ่งด้านในจะบอกวิธีการใช้งานอย่างละเอียดเลยครับ ก็ขอขอบคุณเว็บดังกล่าวไว้ ณ ที่นี้ด้วย

การใช้ .htaccess บน WordPress

สำหรับในส่วนของ WordPress นั้น เมื่อเราทำการติดตั้ง WordPress เสร็จเรียบร้อยแล้ว ระบบของ WordPress จะทำการสร้างไฟล์ .htaccess นี้ให้อัตโนมัติครับ เราไม่จำเป็นต้องไปทำการแก้ไขส่วนใดเลย หากเราเปิดเข้ามาดูในไฟล์ดังกล่าวจะพบกับคำสั่งเริ่มต้นดังนี้

ความหมายของ .htaccess ใน WordPress

หมายถึงในกรณีที่เข้าหน้าเว็บปกติ เช่น https://www.themevilles.com/ ให้ไปเปิดแสดงผลลิงก์หน้า https://www.themevilles.com/index.php

ซึ่งในส่วนนี้หมายถึง ถ้าไฟล์ที่ถูกระบุในเบราเซอร์ไม่มี หรือ ไดเร็กทอรี่ที่ถูกระบุในเบราเซอร์ไม่มี ให้เว็บไซต์ไปยังบรรทัดถัดไป ซึ่งก็คือหน้า index.php ครับ

สอน WordPress หรือ WooCommerce
สอน WordPress หรือ WooCommerce

มาถึงตรงนี้แล้ว หวังว่าเพื่อนๆ คงเข้าใจการใช้งานของ .htaccess มากขึ้นนะครับ แต่ถ้าใครเอาไปใช้แล้วเกิดแสดงผลผิดพลาดขึ้นมาและแก้ไม่ได้ก็ให้ลบบรรทัดที่เราเพิ่มเข้าไปทิ้งซะนะครับ ลองไปเล่นดูกันครับ เดี๋ยวบทความหน้าจะเกี่ยวกับอะไรมาดูกัน.. สวัสดีครับ

บทความนี้มีประโยชน์สำหรับคุณหรือไม่?

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนนเฉลี่ย 5 / 5. จำนวนโหวต: 1

ยังไม่มีการให้คะแนนบทความนี้ ลงคะแนนได้เลย!

As you found this post useful...

Follow us on social media!

avatar

นายปิ๊ก


ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Themevilles.com เป็นอาจารย์สอน WordPress และ WooCommerce ในเว็บคอร์สออนไลน์ Skilllane และรับทำเว็บไซต์ ทำการตลาดออนไลน์ เช่น SEO, Facebook และ LINE

Leave a Reply


Shares
สมัครสมาชิกเพื่อรับข้อมูลข่าวสาร
Get the latest content first.
Read about Privacy Policy.